สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ เปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2568
วันอังคารที่ 28 มกราคม 2568 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2568 และครบรอบปีที่ 63 แห่งการก่อตั้งฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คณะผู้บริหารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและประชาชน ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2568 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“โคนมไทย พิชิตเป้าหมายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ จัดขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมแก่พสกนิกรชาวไทย โดยร่วมกับพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ 9 แห่งประเทศเดนมาร์ก ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ในวันที่ 16 มกราคม 2505 ซึ่งองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) หรือฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ถือเป็นฟาร์มโคนมแห่งแรกของประเทศไทยที่เป็นต้นแบบในการเรียนรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงโคนมอย่างเป็นระบบ เกษตรกรสามารถนำไปประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ทั้งยังส่งเสริมการบริโภคนม เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง การเลี้ยงโคนม เป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ที่ต้องการให้เกษตรกรได้ประกอบอาชีพที่มั่นคง และคนไทยมีนมที่มีคุณภาพไว้บริโภคได้อย่างพอเพียงโดยไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันตลาดโคนมยังสามารถเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากมีผู้ต้องการรับซื้อน้ำนมดิบจำนวนมาก ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีมาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงโคนมมากขึ้น รวมถึงมีมาตรการลดต้นทุนการผลิต อาทิ การบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอาหารสำหรับสัตว์ ลดต้นทุน ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อช่วยให้เกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมมีรายได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งนำนโยบายรัฐบาล 'ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้' ผลักดันแบรนด์วัวแดงที่มีจุดแข็งทางการตลาดในประเทศไทยให้เติบโตเป็นแบรนด์พรีเมียม เพื่อส่งจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน และตั้งเป้าหมายตลาดจีนเป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง อีกทั้ง ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างมาก